Film Slate

ถือเป็นเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็สำคัญไม่ย่อยกับ “สเลทหนัง” (Film Slate) หลายคนอาจจะคิดว่า มีไว้เท่ๆ เท่านั้น แต่เจ้าสเลทนี่แหละที่ช่างตัดต่อโหยหานักเชียว ไม่เช่นนั้นโปรดิวเซอร์ก็จะต้องนั่งไหล่ติดกันกับช่างตัดต่อตลอดเลยนะ ลองดูคลิปด้านล่างนี้เป็นไอเดียก่อนว่า เขาใช้สเลทกันยังไง

สเลทนั้นสำคัญจะต้องมี “เสียง” มี “ข้อมูลตัวอักษร” โดยข้อมูลที่เขียนบนสเลทนั้นจะสื่อถืงฉากที่ถ่ายว่า มีรายละเอียดยังไง เพื่อสื่อสารกับช่างตัดต่อ และทีมงานด้านต่างๆ ส่วนเสียงเวลาตีสเลทนั้นจะใช้สำหรับ Sync เสียง ในกรณีทีมีการอัดเสียงแยก หรือในกรณีที่ภาพมาจากกล้องหลายตัวนั่นเอง อธิบายแบบรวบรัดก่อนนะครับ ว่างๆ จะเอาสเลทที่ผมใช้งานจริงมาให้ดู

Screen Shot 2557-03-08 at 10.38.43 AM

เอาภาพมาให้ดูก่อน จะเห็นว่าผมถือสเลทติดตัวเสมอตอนออกกองถ่าย ส่วนจะจำเป็นยังไงนั้น ไว้จะเล่าอีกครั้งนะครับ

Screen Shot 2557-03-08 at 10.38.43 AM

เอาล่ะครับ กลับมาเล่าเรื่องสเลทต่อ …ในกองถ่ายใหญ่ๆ นั้นจะมีคนถือสเลทโดยเฉพาะ และทุกฉากที่ถ่ายก็จะต้องมีการตีสเลท แต่ในกองเล็กๆ อย่างผมยิ่งจำเป็นต้องมีสเลท เพื่อที่จะทำให้งาน post-production สะดวกยิ่งขึ้น (นี่ขนาดผมถ่ายเอง ตัดต่อเองนะเนี่ย) เช่น ครั้งหนึ่งผมออกกอง (แน่นอนครับ ผมไปคนเดียว) โดยใช้กล้อง 2 ตัว กล้องหลักผมเป็นคนควบคุม ส่วนกล้องรองผมตั้งทิ้งไว้ โดยเลือกเฟรมที่เหมาะสมไว้แล้ว

Screen Shot 2557-03-19 at 10.11.04 AM

แถมต้องบันทึกเสียงแยกจากกล้องอีกต่างหาก (น่าเศร้า ตอนนั้นยังไม่มี wireless microphone) เอาล่ะซิ! คุณลองคิดดู กล้อง 2 ตัว เครื่องบันทึกเสียงอีก 1 ตัว แล้วอุปกรณ์ทั้ง 3 ชิ้นจะทำงานให้มันพร้อมๆ กันได้ยังไง…

อย่างแรกคุณอาจจะคิดว่า “ก็ต้องสั่งอุปกรณ์เหล่านั้นให้ทำงานพร้อมๆ กัน” อันนี้แหละยากที่สุด! เพราะขนาดมีคนคุมอุปกรณ์ทุกชิ้นยังบอกให้กดบันทึกในจังหวะวินาทีที่ตรงกันลำบากเลย คือถ้าเร็วหรือช้ากว่าเพียง 1 วินาทีก็ไม่ได้

อีกอย่างคุณอาจจะคิดว่า “ก็ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ Sync เสียงกับภาพสิ” อันนี้ผมก็ลองทำแล้ว แต่บางครั้งก็มีความคลาดเคลื่อนอยู่บ้าง …แล้วจะทำยังไงล่ะทีนี้ นั่นแหละครับผมจึงต้องตีสเลท

เอาล่ะ! ตอนนี้ผมกดบันทึกอุปกรณ์ทุกอย่างของผมแล้ว (กล้อง 2 ตัว เครื่องบันทึกเสียง 1 ตัว แน่นอน กดไม่พร้อมกันแน่ๆ) จากนั้นผมก็หยิบสเลทยื่นไปอยู่หน้ากล้องทั้งสองตัว และใกล้ๆ กับเครื่องบันทึกเสียง แล้วก็พูดรายละเอียดซีนที่จะถ่าย และที่สำคัญก็คือตอนตีสเลท “แป๊ก” จากนั้นผมก็เดินมานั่งหน้ากล้องหลัก แล้วก็ทำหน้าที่สัมภาษณ์ซักถามต่อ ^_^’

ใครที่คิดว่าสเลทใหญ่ไป พกพายาก หรือไม่มี ก็สามารถใช้แอปสเลทในโทรศัพท์สมาร์ทโฟนได้ หรือไม่ก็ใช้การปรบมือเป็นสัญญาณแทนสเลทก็มี …อย่าลืมครับว่า “สเลทอยู่ที่ใจ” ยังไม่จบนะ เดี๋ยวจะกลับมาเล่าเรื่องสเลทกับโปรแกรมตัดต่อกันอีก

Screen Shot 2557-03-19 at 10.13.02 AM

Screen Shot 2557-03-08 at 10.38.43 AM

 

%d bloggers like this: